อิสลามไม่มีพระ! แต่มี "นักบวชอิสลาม" ซุนนีซูฟี ท่านพี่โอ๊ค/ซัยยิดพี่โอ๊กชี้ให้เห็นว่าแท้จริงอิสลามมีนักบวชที่แตกต่างจากศาสนาอื่น
ชื่อจริงตามกฎหมายสามัญและอิสลามระดับสากลคือระดับโลกชื่อจริงของ ท่านพี่โอ๊ค “อิสลามมีร์ซา” (Islammirza) สามารถขยายความได้เป็นคำจำกัดความที่เกี่ยวข้องกับ “อิสลาม” เมื่อนำมารวมกับคำว่า “mir” ในภาษาเปอร์เซีย (mir แปลว่า เจ้านายผู้บัญชาการหรือเจ้าชายผู้ปกครองทางศาสนา) และ “za” ในภาษาอารบิก (ย่อมาจากคำว่า za'im ซึ่งแปลว่าผู้นำหรือหัวหน้า) ดังนั้น ชื่อท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเซีย คือชื่อที่ได้รับพรจากพระเจ้าที่แท้จริง พระเจ้ามีพระองค์เดียว ไม่มีองค์อื่นใดๆ ศาสนาที่สมบูรณ์ขั้นสูงสุดคืออิสลาม สัจธรรมชั้นสูงที่สูงส่งที่สุดอยู่เหนือสุดคือพระเจ้าพระองค์เดียว
จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงสัจธรรมที่พระเจ้าสร้างวิญญาณและจิตใจให้มนุษย์มีจิตวิญญาณ เช่นกรณีท่านนบีอีซา(หรือท่านเยซู) ท่านไม่ใช่ร่างทรงของพระเจ้า แต่เป็นจิตวิญญาณของพระเจ้า ("Ruhullåh") ศาสนนามท่านเยซูคือ "Holy Spirit" มีตัวตนดั่งจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกพระเจ้าสร้าง มีชีวิตจิตใจ ถูกสร้างโดยพระเจ้าสั่งให้เทวดาGabrielเป็นเทวทูตเป่า'ลมหายใจของพระเจ้า' ซึ่งลมหายใจเป็นของพระเจ้าแต่ก็ไม่ใช่พระเจ้า (แยกประเด็นให้ดี) ไม่ใช่พระเจ้าลงมาทรงร่างมนุษย์เดินดินบนโลก พระเจ้าไม่มีร่างทรง ส่วนพวกคนที่เรียกตัวเองว่าร่างทรงคือโดน'ญิน'เข้าทรง
ท่านเยซูไม่ใช่พระเจ้าแต่เป็นศาสดาที่วิเศษมากๆท่านนึง ทั้งนี้ หลายคนเข้าใจผิดคิดไปเองต่างๆนาๆถึงรูปร่างหน้าตาของพระเจ้า หลายคนคิดว่าพระเจ้ามีรูปลักษณ์ทางกายภาพแบบ 'มานุษยรูปนิยม' เหมือนที่คนเราชอบทึกทักมโนกันไปเอง แต่แท้จริงแล้วพระองค์ไม่มีหน้าตาทางกายภาพให้มนุษย์เห็นและคิดจะสัมผัส กายภาพล้วนมีมลทิน กายภาพเป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ทุกสิ่งที่เป็นกายภาพ(รวมทั้งมนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสริฐ)ล้วนเกิดขึ้นแล้วดับลง 'โลกกายภาพ'สามารถถูกทำลาย แต่'โลกวิญญาณ'จะคงอยู่ตลอดไป โลกกายภาพมนุษย์ยุคสุดท้ายนี้เป็นแค่โลกชั่วคราว ไม่เร็วก็ช้าวันสิ้นโลกก็จะมาถึง ทุกชีวิตจะต้องกลับไปยังผู้สร้างมวลชีวิตทั้งปวง ทุกคนจะถูกสอบสวนในโลกหน้า สวรรค์มีไว้เป็นรางวัลสำหรับผู้ศรัทธาในพระเจ้าพระองค์เดียว พระเจ้าก็คือพระเจ้าพระองค์เดียวซึ่งภาษาระดับสากลโลกอย่างอารบิกเรียก "อัลลอฮฺ" (الله) ซึ่งถ้าแปลเป็นภาษาระดับโลกอีกภาษา[อังกฤษ] ก็คือ"God" หรือ 'One God' พระเจ้ามีความสมบูรณ์แบบโดยสามารถสร้างสิ่งมีชีวิต สร้างโลกและสร้างฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งใครอื่นใด ถ้ามีหลายองค์ก็จะไม่ใช่พระเจ้า เพราะจริงๆแล้วพระเจ้ามีพลังที่ล้นเหลือเพียงพอสามารถสร้างสรรพสิ่งธรรมชาติต่างๆซึ่งพระองค์ก็ไม่ต้องการpartner ตรรกะง่ายๆคือห้ามตั้งภาคีโดยเอาใครอื่นใดไปเทียบกับพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้ใครมีพลังเท่าเทียมหรือร่วมเติมเต็ม มิฉะนั้นก็จะแปลเป็นนัยว่าพระองค์ไม่สมบูรณ์แบบเลยต้องมีพระองค์อื่นๆ? ซึ่งจริงๆแล้วคำว่า'พระเจ้า'หมายถึงผู้ที่มีพลังอำนาจมหาศาลเหนือธรรมชาติมากที่สุดอยู่แล้ว พระเจ้าไม่มีใครอื่นใดที่จะมาเทียบเคียงได้ แน่นอนว่าไม่มีเทพเจ้าอื่นใด โลกแห่งความจริงไม่ใช่เทพนิยาย การตั้งสมมุติฐานว่าความจริงพระเจ้าต้องมีหลายองค์เทพเจ้าแบบมโนภาพนวนิยายคือตรรกะวิบัติที่ฟังดูไร้สาระ เราควรไตร่ตรองดีๆว่าตรรกะสติปัญญาที่สมองมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่ออะไร ก็เพื่อให้นึกถึงสัจธรรม แสวงหาความจริงว่าจริงๆแล้วคนเราเกิดมาเพื่ออะไร หลายคนลืมไปว่าเราทุกคนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า มนุษย์คนแรกของโลก(ท่านนบีอาดัม)ก็เกิดขึ้นได้เพราะมีผู้สร้าง สัญชาตญาณมนุษย์เราทุกคนเกิดมาเพื่อมีชีวิตผ่านพ้นโลกนี้โดยมีความสุขยั่งยืน แต่ถ้าใครคิดสั้นก็จะไม่คิดถึงโลกหน้า ส่วนผู้รู้สัจธรรมก็จะคำนึงถึงศาสนาที่เป็นหนทางแห่งชีวิต ยำเกรงต่อพระเจ้า ไม่มีการตั้งภาคีต่อพระเจ้า ผู้ศรัทธาย่อมมุ่งหน้าไปยังโลกหน้าในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็หมั่นสักการะบูชากราบไหว้พระเจ้าที่มนุษย์ทุกคนไม่สามารถมองเห็นได้ มนุษย์มีข้อจำกัดมากมายเช่นเดียวกับวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถพิสูจน์หาจุดสิ้นสุดของจักรวาล พระเจ้าอยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์
พระเจ้าไม่เดินบนที่ต่ำอย่างพื้นโลก พระเจ้าอยู่เหนือชั้นฟ้า พระเจ้าอยู่เหนืออวกาศ พระองค์คือผู้สร้างโลกมนุษย์และสร้างจักรวาล พระเจ้าสร้างดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวทุกดวง (แต่ห้ามดูดวงนะบาปใหญ่) แน่นอน พระเจ้ามีความอนันตกาลที่สุด พระเจ้าไม่เกิดขึ้นแล้วดับลง พระองค์ไม่ถูกใครทำให้เกิดขึ้นมา แต่พระองค์คือต้นเหตุที่อยู่เหนือสิ่งทุกอย่าง พระองค์คือสาเหตุที่ทำให้กฎธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตต่างๆเกิดขึ้นมาได้ แล้วทำไมคนหลายคนยังจะไม่รับสัจธรรม! ทำไมพวกผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่ยอมรับความจริง! แน่นอนว่าคนเหล่านั้นจะต้องเปลี่ยนตัวเองก่อนที่พระเจ้าจะช่วยเปลี่ยนพวกเขา เราควรช่วยกันตักเตือนพวกเขาว่าอย่าให้โลกมายาครอบงำจิตใจส่วนที่ดีงามที่นอบน้อมยอมรับสัจธรรมที่มาจากพระเจ้า
ถามง่ายๆนะหลายๆคน คิดว่าการที่มนุษย์กราบไหว้บูชาสิ่งใดหรือใครอื่นใดนอกเหนือไปจากพระเจ้าน่ะพระเจ้าจะโกรธกริ้วไหมถ้ามนุษย์ที่พระเจ้าสร้างมาไม่กตัญญูรู้คุณที่พระเจ้าให้มีชีวิตทุกชีวิตเกิดมาบนโลกใบนี้แต่กลับทรยศไปบูชาสักการะตัวตนหรือใครอื่นนอกเหนือไปจากพระเจ้าพระองค์เดียว พระเจ้าแห่งสากลโลกได้บอกไว้ผ่านคัมภีร์ว่าบาปที่ใหญ่ที่สุดคือการตั้งภาคีต่อพระองค์
Eurasian best documentaries are worldly mystical journeys induced by the good Qareen of Prince Oak's mystically visionary contemplation. ท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย หรือคุณซัยยิดพี่โอ๊ค "เจ้าชายยูเรเซีย" ไม่สันทัดในภาษาไทย มีผู้เรียบเรียงแปล เอกสารของเขาก็มีเนื้อหาต้นฉบับในภาพยนตร์นานาชาติ ชีวประวัติท่านเจ้าพี่โอ๊คลี่ ฉายาป๊าป๋ายูเรเซีย “ท่านพ่อแห่งยูเรเซีย” และก็มีคำบัญญัติอาเทศของท่านเจ้าพี่โอ๊คอิสลามมีร์ซา กับการตัดสินด้วยนิติศาสตร์อิสลาม (ฟัตวา) รวมไปถึงการบวชอิสลามกับความลึกลับของท่านอิสลามมีร์ซา-ปรมาจารย์ศาสนา และยังมีรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับผู้ผลิตอาหารในเครือองค์กรร้านยูเรเซียต้นตำรับ-ป๊าป๋ายูเรเซียซึ่งท่านพี่โอ๊คอิสลามมีร์ซาไม่ได้บอกเคล็ดลับในเมนูอร่อยเด็ดมากนัก แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าป๊าป๋ายูเรเซียคือต้นตำรับร้านยูเรเซีย (หรือจะอ่านสะกดว่า ยูเรเชีย ก็ได้) ในองค์กรป๊าป๋ายูเรเซียมีการเทศนาในสำนักนักบวชอิสลามซุนนีซูฟี คุณอิสลามมีร์ซาเป็นทายาทศาสดาที่แท้จริง พี่โอ๊คลี่เป็นผู้บุกเบิกวัฒนธรรมยูเรเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บวกกับความรู้ระดับโลกสากลเทวศาสตร์ศาสนาที่แท้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เขาทราบดีว่าสัจธรรมที่สูงส่งที่สุดที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์ทุกคนต้องยอมรับความจริงก็คือ.. "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์อัลลอฮฺ".
"พระเจ้า"พระองค์เดียวก็คือ"อัลลอฮฺ" ส่วน"นบี"แปลว่า"ศาสดา" ส่วนซัยยิดพี่โอ๊คคือทายาทศาสดาที่แท้จริง เชื้อสาย al-Khidr ด้วย ยุคนี้มนุษย์ยุคสุดท้ายไม่มีศาสดาอยู่บนโลกดุนยาแล้ว ความสามารถพิเศษที่ศาสดามีคือการรู้ถึงอนาคตที่พระเจ้ากำหนดไว้ พระเจ้าบอกไว้หมดแล้วว่าศาสดาคนสุดท้ายก็คือท่านนบีมูฮัมมัด(ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) การหยั่งรู้ถึงอนาคตทุกอย่างจริงๆแล้วเป็นความสามารถของพระองค์อัลลอฮฺ ส่วนท่านศาสดาก็ได้รับความสามารถมาแค่บางส่วนเท่านั้น ศาสดาทุกท่านคือผู้ศรัทธาในพระเจ้าพระองค์เดียว เช่นเดียวกับพวกเราอุลามาอฺคือทายาทศาสดา พวกเราต้องคอยระวังเหล่าคนที่เรียกตัวเองว่าหมอดูหรือหมอผี เพราะคนหัวหมอเหล่านั้นล้ำเส้นชะตาโดยใช้ไสยฯผีล่วงเกินอนาคตชีวิตผู้อื่น ก้าวก่ายความลับที่พระเจ้าสงวนไว้ แน่นอนว่าสัญชาตญาณมนุษย์ก็สำนึกได้ว่าอะไรคือเรื่องผิดศีลธรรม แต่พวกหัวหมอก็ยังจะทำ หลอกลวงล้วงความลับเหนือมนุษย์ ใช้อุบายปีศาจผิดๆโดยที่อาจไม่รู้ตัวว่าหมอดูก็คือทาสผีเพราะเชื่อในผี หมอดูตั้งตนเป็นหัวโจกนำพาผู้อื่นหลงผิดออกห่างจากศาสนาที่แท้จริง มันน่าเศร้าแค่ไหนที่หมอดูเชื่อผีมากกว่าเชื่อพระเจ้า
แท้จริงแล้วธรรมชาติมนุษย์เรา"Fitrah"ถูกสร้างมาให้มีจิตสำนึกถึงการมีอยู่ของพระเจ้าซึ่งพระเจ้าก็คือพระเจ้าพระองค์เดียวผู้สร้างโลกสร้างจักรวาลและอวกาศ พระเจ้าคือผู้สร้างชีวิตทุกชีวิตแห่งสากลโลก ดังนั้นคนที่คิดผิดหรือกระทำผิดก็ควรกลับตัวกลับใจได้แล้ว ด้วยความหวังดีจากสำนักนักบวชอิสลามมีร์ซาซุนนีซูฟีเพื่อ"Tawhid"ความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า เพื่อผลประโยชน์ของพระเจ้ามากกว่าผลประโยชน์ส่วนบุคคล
#religion #mysticism #real #eurasia #tv #asia #celebrity #ท่านซัยยิดพี่โอ๊ค #ท่านพี่โอ๊ค #sayyid #islammirza #สัจธรรม #ศาสนา #islam #sunni #sufism #islamic #eurasian #worldwide #sufi
#mystic #евразия #азия #ислам #суфизм #тв
Фальшивый принц евразии появляется в вымышленном фильме «The Taste of Things», но НАСТОЯЩИЙ ПРИНЦ ЕВРАЗИИ "Prince of Eurasia" - это документальный и религиозный титул "Emperor Oakley" (Prince Oak Oakleyski/Принц Оаклейски), также известного как "Papa Eurasia" (Папа Исламмирза Евразия). Handsomest documentary director is the Eurasian mystic cleric Prince Oak Oakley SKI (Sayyid Khanqah Islammirza). He is the real Eurasian emperor/grandmaster of mysticism. Мистический Император Религий Папа Исламмирза Евразия.. "наследный принц евразии"? "евразийский император религий"! "سيد إسلامميرزا أوراسيا" "ท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย" بابا أوراسيا = Papa Eurasia = ซัยยิดพี่โอ๊ค-ป๊าป๋ายูเรเซีย-ท่านซัยยิดโอ๊คลี่-กอฎีอิสลามมีร์ซา = Saint Qadi Papa Islammirza Eurasia the Eurasian Princely Saint Oakleyski's real name is Sayyid Islammirza Eurasia (ซัยยิดพี่โอ๊ค นาม "เจ้าชายโอ๊ค" คุณอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย ท่านซัยยิดพี่โอ้คลี่แห่งยูเรเซีย) ป๊ะป๋ายูเรเซีย Eurasia P'Oak P. Oak "Papa Eurasia" "ป๊าป๋ายูเรเซีย" หรือ "ท่านพ่อแห่งยูเรเซีย" ชาติพันธุ์ต้นตำรับยุโรปและเอเชีย ทายาทศาสดาอาดัมที่แท้จริงยุคสุดท้ายคือท่านพี่โอ๊คซัยยิด และท่านพี่โอ๊คซัยยิดอิสลามมีร์ซาก็เป็นทายาทท่านศาสดามูฮัมมัดด้วย ความหล่อเหลาถอดแบบมามาก โครงหน้าเป๊ะ ตาไม่ตี่ไม่โตเกินไป ไม่สูงเกินไปไม่เตี้ย สีผิวไม่คล้ำและไม่ซีดเกินไป จมูกไม่แบนและไม่โด่งเกินไป หุ่นดี ไม่หมี สีผมและสีตาเข้มไม่อ่อน[แอ]เกินไป คิ้วคมสวย เข้มพอดีๆ ไม่เข้มเกินไป แน่นอนจริงๆ ความหล่อเป๊ะๆสมดุลชัดเจน ท่านซัยยิดพี่โอ๊คยูเรเชียแท้ ไม่ศัลยกรรมใดๆทั้งสิ้น Princely Papa Oak Oakley Oakleyski (Original Eurasian Mystic Emperor of Nonfiction Realness and Religions). أمير أوراسيا الوسيم الحقيقي هو سيد إسلامميرزا. هذه حقيقة تاريخية معاصرة. سيد إسلامميرزا أوراسيا، المعروف أيضًا باسم الأمير أوك أوكليسكي (Prince Oak Oakleyski) (مواليد 20 مارس 1992)، رجل دين إسلامي، ووليّ صوفي، ومنتج تنفيذي لأفلام وثائقية أوراسية. لا إله إلا الله. النبي محمد هو خاتم الأنبياء. الأمير إسلامميرزا هو الوريث الأوراسي للأنبياء. #ДокументальноеКино #ПринцЕвразии #universal #สารคดี #famous #documentary #หนังสารคดี #สร้างจากเรื่องจริง #ไม่ใช่ละครทั่วไป #หนังดัง #ระดับโลก #docudrama #worldclass #PapaEurasia #ПапаЕвразии #popularreels #NoNonsense #reality #documentaryphotography #documentaryfilm #google #tv #online #offline #anthropology
‘Prince of Eurasia’ สารคดีโลกวัฒนธรรมยูเรเซียระดับโลก สากลโลก! อิสลามไม่มีพระ! แต่มี "นักบวชอิสลาม" ซุนนีซูฟี ท่านพี่โอ๊ค/ซัยยิดพี่โอ๊คชี้ให้เห็นว่าแท้จริงอิสลามมีนักบวชที่แตกต่างจากศาสนาอื่น นักบวชอิสลามคืออุลามาอฺชั้นสูงที่บรรลุถึงสัจธรรมขั้นสูงสุดแล้ว
สำหรับคนที่ติดตามหนังต่างประเทศ สไตล์อินดี้สากล nonfiction ที่ไม่ใช่แนวนิยาย แต่สร้างจากเรื่องจริง ก็อาจทราบดีว่าล่าสุดมีข่าวเกี่ยวกับหนังที่ไม่ธรรมดาออกมา หนังสารคดีที่รวบรวมข้อมูลความจริงจากภาพยนตร์และคำสอนทางเทวศาสตร์ โดย “ท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย” นักบวชอิสลามเจ้าของฉายา "Papa Eurasia” (ท่านพ่อ-ป๊าป๋ายูเรเซีย) หรือ “Prince Oak Oakleyski" ได้ร่วมมือกับทีมนักวิชาการระดับโลก ทำตำราสารคดีต้นฉบับ ต้นตำรับ "Prince of Eurasia" กับผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลภาษาต่างๆ มีสาระเกี่ยวข้องกับศาสนศาสตร์คำบัญญัติอาเทศที่ถูกเทศน์โดยปรมาจารย์ศาสนา อย่างที่หลายคนเรียกว่า “อุลามาอฺ” ศาสนนาม “ซัยยิดพี่โอ๊ค” สอนภาษาอังกฤษกับศาสนา เทศนาสัจธรรมผ่านภาพยนตร์สารคดีเชิงเทววิทยาและภววิทยา "Prince of Eurasia: Monotheism and Devils" แถมความรู้เกี่ยวกับมานุษยวิทยาด้วย ทีแรกกำหนดฉายรอบปฐมทัศน์ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่สุดท้ายทีมงานโปรดักชั่นทีวียูเรเซียขอเลื่อนเพราะขั้นตอน editing ใช้เวลานาน
หนังสารคดีนี้นำเสนอการผสมผสานอันน่าทึ่งระหว่างเรื่องราวชีวิต ประวัติศาสตร์ และแนวคิดปรัชญาที่เชื่อมโยงตะวันออกกับตะวันตก ด้วยมุมมองที่แปลกใหม่และน่าสนใจ มีการนำเสนอมุมมองเชิงวัฒนธรรมและปรัชญาที่ไม่เคยมีการกล่าวถึงมาก่อน ที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้คนชาวเอเชีย คือการนำเสนอมุมมองที่แสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องระหว่างหลักธรรมในพุทธศาสนาและแนวคิดของอิสลามสาย "ซุนนีซูฟี" ในแบบของศาสนสำนักอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย ซึ่งมีการยกย่องและอ้างอิงถึงสัจธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างให้เกียรติ เป็นการช่วยสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างศาสนาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน แถมยังมีชีวประวัติที่น่าอัศจรรย์ของนักบวชอิสลามลึกลับ ท่านอิสลามมีร์ซาเป็นนักบวชซุนนีซูฟีย์ที่ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนออกสื่อและไม่เล่นโซเชียลมีเดียเพราะท่านเป็นคนประเภทหัวโบราณ พี่โอ๊คลี่มีความมหัศจรรย์ที่เป็นนักบุญอิสลามผู้วิเศษ ‘Awliya’ ยุคสุดท้าย ทายาทศาสดาแท้ๆ พันธุกรรมฟีโนไทป์และจิตวิญญาณของท่านอิสลามมีร์ซาสืบเชื้อสายโดยตรงจากท่านศาสดามูฮัมหมัด และ “al-Khadr” (อัลค็อฎรฺ) ศาสดาลึกลับผู้สามารถ ’วาร์ป’ ข้ามกาลเวลา หลายคนสันนิษฐานว่า ท่านศาสดาฅ็ฎร์เกิดก่อนยุคสมัยอียิปต์โบราณ เกิดก่อนศาสนาฮินดู และก่อนยุค ‘ราชาปราชญ์’ หรือกรีกโบราณด้วย ท่านศาสดาคิฎร์มีฉายานามตำแหน่งขั้น ‘al-Ghawth’ คือนักบุญผู้วิเศษขั้นสูงสุดผู้ซึ่งได้รับพรอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้า แน่นอนว่า ท่านศาสดาผู้ลึกลับท่านนี้ ผู้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า “Khiḍr” มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่แค่การตั้งสมมติฐาน ไม่ใช่เรื่องสมมุติ แต่แค่ไม่ทราบวันเดือนปีเกิดที่ชัดเจน มีประวัติท่านศาสดา Khidr เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเมโสโปเตเมีย (ดินแดนอิรัก) แล้วท่านศาสดามูฮัมหมัดที่มาทีหลังคือศาสดาท่านสุดท้ายในโลกนี้
ภาพยนตร์ได้ถูกทำเป็นหนังสือรูปเล่มโดดเด่นด้วยการนำเสนอเรื่องราวอันลึกซึ้ง ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ผ่านมุมมองที่แปลกใหม่ ผู้ชมและผู้อ่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณี ความเชื่อ และภูมิปัญญาโบราณที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมยูเรเซียในปัจจุบัน นอกจากนี้ การพรรณนาภาพอดีตคู่ประสบการณ์ของเจ้าตัว “เจ้าชายโอ๊ค” และการวิเคราะห์เชิงอภิปรัชญาทำให้สารคดีของท่านเป็นมากกว่างานศิลป์ทั่วไป ผู้อ่านจะได้รับทั้งความบันเทิงและความรู้ในแง่มุมทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยาก ที่สำคัญ หนังสือได้นำเสนอจุดร่วมทางปรัชญาระหว่างพุทธศาสนาและอิสลาม โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการแสวงหาสัจธรรม การพัฒนาจิตวิญญาณ และการเข้าถึงความสงบภายใน ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจในบริบทสังคมเอเชียที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นำเสนอให้เห็นว่า บรรดานักบวชและหลักธรรมคำสอนของทั้งสองศาสนามีความสอดคล้องกันในหลายมิติ รวมไปถึงมิติที่มีสิ่งลี้ลับแฝงอยู่ในภาพยนตร์ อาทิ เหล่าภูตผีปีศาจ พวกญิน รวมทั้ง ‘กอรีน’ ที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า มันเป็นสิ่งชีวิตที่ซ่อนเร้นในโลกอีกมิติที่ควบคู่ขนานกับโลกมายามิติกายภาพ
การบันทึกภาพเคลื่อนไหวใน Prince of Eurasia: Monotheism and Devils ได้เสริมด้วยนักพากย์บรรยายหลากภาษา ซึ่งช่วยให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้งทั้งในภาษาสากลและภาษาท้องถิ่น เช่นเดียวกับในหนังสือซึ่งมีหลายภาษา ก็เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่สนใจงานวรรณกรรมที่มีความเป็นสากลและมีมุมมองวัฒนธรรมที่หลากหลาย สคริปต์ต้นฉบับถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งหนังสือ Prince of Eurasia ก็ได้มีการจัดจำหน่ายแล้วในรูปแบบ ebook ผ่านหลายแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำทั่วโลก หนังสือและหนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่สนใจเปิดโลกทัศน์ใหม่ที่จะได้ลองสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมซึ่งได้มาด้วยการผสมผสานระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัวพร้อมความสวยงามสุนทรียภาพอย่างสากลที่มีผู้มาร่วมบันทึกภาพความทรงจำ ฉากเหตุการณ์ทุกตอนก็ถูกบันทึกเป็นประสบการณ์ความจริง
ซีนที่มีความรู้ที่ไฮไลท์ เช่นคำเทศนาของซัยยิดพี่โอ๊ค เรื่องแนวทางซูฟีตอรีกัต มีใจความว่าดังนี้ “ซูฟีไม่ใช่นิกาย ซูฟีมีรากศัพท์ดั้งเดิมที่หมายถึงมุสลิมผู้ใส่ผ้าขนสัตว์ในยุคโบราณ แต่ถ้าจะแปลความหมายบริบทความเป็นจริงเชิงศาสนาก็หมายถึงมุสลิมที่มีญาณเข้าใจการ ‘Tasawwuf’ (การทำสมาธิในอิสลาม) อย่างธรรมชาติ 'นักบวชอิสลาม' มีรากฐานความเป็นซูฟี การบวชอิสลามที่แท้จริงไม่ใช่แค่การบวชถือศีลอดอาหาร แต่ต้องรู้จักการ Tasawwuf และ ‘Zuhd’ (บำเพ็ญตบะ-ละทิ้งสิ่งของนอกกาย) บวกกับหมั่น ‘Dhikr’ (รำลึกถึงพระเจ้า) และสามารถเข้าฌานบรรลุ ‘Haqiqåt’ (ความรู้ที่ลึกลับจากประสบการณ์เชื่อมโยงจากพระเจ้า) แล้วก็บรรลุสัจธรรมขั้นสูงสุดที่เรียกว่า ‘Marifa’ ด้วยการเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการมีอยู่ของพระเจ้า (‘Haqiqat al-Dhat’, ‘Dhat Allah’) รวมถึงได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณ ถ้าสามารถบรรลุ Marifa ถึงจะได้เป็นนักบวชอิสลาม การเป็นนักบวชอิสลามก็คืออุลามาอฺโดยปริยาย บรรดาอุลามาอฺสากลมีตำแหน่งขั้น เช่น ‘Mir-ul-urah’ คือสถานะอุลามาอฺชั้นสูง (ขั้น Mir ul uRāh แปลเป็นนัยว่า “เจ้าชายแห่งศาสนา” หรือ “เจ้าชายแห่งหนทางจิตวิญญาณ” มีต้นตอมาจากภาษาเปอร์เซียผสมภาษาอาหรับ) ถึงแม้อุลามาอฺเราบางท่านจะถูกมองว่าเป็น 'นักบวช' ถ้าจะเปรียบกับศาสนาอื่น ก็ต้องแยกแยะประเด็นให้ออก คำว่า ‘พระ’ ไว้เรียกนักบวชพุทธ ถ้าคริสต์ก็บาทหลวง ถ้าอิสลามส่วนมากจะเรียกว่า ‘มุลลอฮ์’ นักบวชอิสลามในภาษาอังกฤษคือ ‘Islamic cleric’ อิสลามมีนักบวชทำหน้าที่เป็นผู้นำจิตวิญญาณ เทศนา และมีบทบาทในการตัดสินข้อเท็จจริงต่างๆตามหลักกฎหมายอิสลาม ส่วนถ้าหลายคนที่ไม่รู้ลึกถึงรากฐานการบวชอิสลาม หรือคนที่ไม่เข้าใจคำว่า ‘บวชอิสลาม’ บางคนอาจบอกว่าอิสลามไม่มีนักบวช ซึ่งคนเหล่านั้นพูดผิดเพราะไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของการบวชอิสลามที่แท้จริง” วาทะจากท่านซัยยิดพี่โอ๊คก็ชี้ทางนำที่เที่ยงตรงให้เห็นว่า อิสลามมีนักบวชซุนนีซูฟี แต่ก็แปลกที่หลายคนที่ไม่เข้าใจก็จะบอกว่าไม่มีนักบวช เพราะพวกเขาไม่ได้รู้ลึกถึงการบวชอิสลามที่แท้จริง หรือเพราะพวกเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักบวชชั้นสูง
แขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมแสดงออกในภาพยนตร์สารคดีนี้ ก็มีเช่น “Oh Kansiri” (โอ้ กาญจน์ศิริ) ศิลปินเพลงไทยที่มีผลงานการแต่งเพลงประกอบซีรีส์ละคร "My Stand-In ตัวนาย ตัวแทน" ซึ่งเธอถูกเชิญมาร้องเพลงหลังเสร็จสิ้นพิธีสมรสของท่านอิสลามมีร์ซาซัยยิดพี่โอ๊ค ซึ่งมีช่างแต่งหน้าเจ้าสาวแบรนด์ Asmah Makeup มาร่วมเป็นสักขีพยานงานแต่งจริง ระหว่างพี่โอ๊ค กับ ”ยัสมี ประนิติง” ศาสนพิธีถูกจัดขึ้นค่อนข้างส่วนตัว บรรยากาศมูดและโทนมีความสุขุมเยือกเย็น บวกกับดราม่าปะปนคล้ายละครนิดๆ แขกคนสำคัญอีกสองท่านที่ได้มาร่วมถ่าย ได้แก่ “Pawan Sethi” นักธุรกิจหนุ่มอินเดียซิกข์ และ “กันต์-ธนพัฒน์ แจ่มปรีชา” นักลงทุนชาวไทยที่ล่าสุดได้ออกรายการ “Take Me Out Thailand” หน้าตาความหล่อก็พอๆกับมุลลอฮ์โอ๊คลี่ และยังมีนักบุญคริสต์สุดหล่ออย่างคุณคริสสมิทธิ์ ดินแลน “Chris Smith Dinlaine” ซึ่งก็มาเป็นดาราร่วมเล่นฉากแกล้งๆกันที่ดูละหม้ายคล้ายคลึงดราม่าเสมือนละครเพื่อทำให้หนังดูมีความสนุกเฮฮามากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้คือสารคดีแต่ก็มีองค์ประกอบคอมเมดี้อยู่ไม่น้อย ท่านพี่โอ๊คได้กำชับไว้ว่าอารมณ์ของภาพที่ออกมาไม่ควรจะตรึงเครียดเกินเพราะท่านผู้ชมอาจจะรู้สึกอึดอัด ดังนั้นบางเรื่องราวที่ถูกบันทึกความจริงกันสดๆก็เลยมีฉากตลกขำขันอยู่บ้างถึงแม้โดยรวมจะเน้นสาระความจริงและดูพิศวง
ผู้ที่มาร่วมแสดงยังมีอีกมากมาย หลายท่านเป็นผู้แสดงหน้าใหม่ บางท่านเป็นนักแสดงอาชีพ แต่คอหนังอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันมากนัก เช่น Anasya Numdokmai (อันนา), Amara Andy Samonluk (แอน), Sumitra Changpukvong (ซิน) และ Pachinee Krasong (มิ้งค์) เป็นต้น อย่างไรก็ดี ซัยยิดพี่โอ๊คได้ให้ความสำคัญในการคัดสรรความหล่อสวยของ cast & crew ในโปรดักชั่นเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่มีแต่สาวสวยๆทั้งนั้น สมาชิกในโปรดักชั่นยูเรเซียทีวี (Eurasia TV) ของท่านพี่โอ๊คสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้มีคนไทยมาร่วมงานอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของโปรดักชั่น แล้วในส่วนของโพสต์โปรดักชั่นก็จะมีคุณจอย Chonlada Yiphu มาสมทบเป็นผู้ตัดต่อตกแต่งให้ภาพยนตร์ดูมีสีสันอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม ซัยยิดพี่โอ๊คก็กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพยนตร์สารคดีนี้ว่า “หนังเรื่องนี้เป็นมากกว่าภาพ มันคือความจริงส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับหลายๆวัฒนธรรม อย่ามองว่าหนังเรื่องนี้คือหนังอิสลามล้วน เราทำจากมุมมองอย่างเป็นกลางซึ่งมีผู้ที่มาร่วมถ่ายทอดความจริงกันหลายๆคนกับหลายๆศาสนา”
-
"ราชาหล่อแท้" "ปรมาจารย์ศาสนา" ซัยยิด พี่โอ๊ค ท่านอิสลามมีร์ซาExecutive Producer
-
"ราชาหล่อแท้" "ปรมาจารย์ศาสนา" ซัยยิด พี่โอ๊ค ท่านอิสลามมีร์ซาDirector
-
Project Type:Documentary, Feature, Television, Web / New Media, Other
-
Genres:Documentary, Factual
-
Runtime:1 hour
-
Completion Date:July 17, 2025
-
Production Budget:10,000 USD
-
Country of Origin:Afghanistan, Georgia, India, Pakistan, Russian Federation, Thailand, Uzbekistan
-
Country of Filming:United States, Bangladesh, Hong Kong, Malaysia, Portugal, Singapore, Spain, Thailand
-
Language:Arabic, English, Russian, Thai
-
Shooting Format:Digital
-
Aspect Ratio:16:9
-
Film Color:Color
-
First-time Filmmaker:No
-
Student Project:No
-
Digital Cinema Package:Unavailable
-
Mystic Eurasian Empire's Eurasia TVBukhara
Uzbekistan
July 17, 2025
Royal Eurasia Andronovo Royalwiki Premiere
Emperor Oakley's Mystic Khaniqah
Distribution Information
-
Papa Eurasia (aka Prince Oakleyski Eurasia)DistributorCountry: WorldwideRights: All Rights, Internet, Video on Demand, Pay Per View, Hotel, Airline, Ship, Theatrical, Video / Disc, Free TV, Paid TV, Console / Handheld Device
"إسلام ميرزا أوراسيا" Prince Papa of Eurasia/Oakleyski Order Emperor Mystic Saint Master Islammirza Mullah Oakley Shah Oak Sufi Tariqa ซูฟีตอรีกัต คําบัญญัติอาเทศ เทศนาโดย ท่านอาจารย์โอ๊คลี่ พี่โอ๊คเจ้าชายแห่งศาสนา (mystical emperor of religions) "เจ้าชายแห่งหนทางจิตวิญญาณ" ท่านพ่อแห่งยูเรเซีย ป๊าป๋า-ยูเรเซีย ท่านเจ้าอาจารย์โอ๊ค ปรมาจารย์ศาสนา ท่านพี่โอ๊ค อัลคิดร์ al-khidr/al-khadr อัลค็อฎรฺ ทายาทศาสดาแท้ๆ หล่อไม่ศัลยกรรม ไม่ฉีดโบท๊อกซ์ ไม่แต่งหน้า ท่านอิสลามมีร์ซา ยูเรเชีย นักบวชผู้ลึกลับ สำนักนักบุญชั้นสูง อุลามาอฺขั้นสูง Mir ul Urah / Awliya ท่านพี่โอ๊คลี่-วาลี-เอาลียะห์ยุคสุดท้าย ผู้ก่อตั้งศาสนสำนักนักบวชอิสลาม Islamic Sunni-Sufi saintly cleric นักพรตอิสลามซุนนีซูฟี ("أمير الروح" العلماء) (الأمير الوسيم أوك أمير أوراسيا). Papa Islammirza Eurasia is the Eurasian religious authority in Southeast Asia, universally recognized by international offline Islamic councils and scholarly consensus but not so much information can be found online because of his mystical esotericism. Ulama Papa Oak is the Eurasia mufti and qazi who has legitimately authorized his mystic councils and institutes. Handsome Eurasian Emperor Oakley received a Divine Decree from God to rule over disbelivers. พูดถึงสำนักนักบวชอิสลามซุนนีซูฟีของป๊าป๋าอิสลามมีร์ซายูเรเซีย (Sunni-Sufi Islamic Clergy of Papa Islammirza Eurasia) ศาสนสำนักนั้นมีชื่อ variation เป็นภาษาอังกฤษว่า "Mystic Eurasian Emirate" ซึ่งมีต้นตอมาจากการที่ซัยยิดป๊าป๋าอิสลามมีร์ซา (Sayyid Papa Islammirza) มีเชื้อสายที่ผสมระหว่างยุโรปกับเอเชีย เขามีหลายเชื้อชาติ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่เขายึดถือความเป็นมุสลิมตะวันตกที่เขาได้สืบเชื้อสายศาสดาอิสลามโดยตรงจากบรรพบุรษฝั่งพ่อเขา แต่แม่เขาเป็นชาวพุทธอาศัยอยู่ในประเทศไทย ใช้นามสกุลคนละนามกัน เขาตัดสินใจตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย ป๊าป๋าอิสลามมีร์ซาคือผู้บุกเบิกนามสกุล "Eurasia" ท่านแรกในประเทศไทยและอาจจะทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยซ้ำ ศาสนนามของเขาขึ้นชื่อว่าเป็น"Prince of Eurasia"ที่แท้จริง อย่างไรก็ดี มีภูมิหลังที่น่าเศร้าส่วนนึงคือซัยยิดอิสลามมีร์ซานั้นเสียพ่อไปตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาถูกเรียกว่าป๊าป๋าแทนที่พ่อของเขาตั้งแต่ตอนเด็กเป็นต้นมาจนโตเป็นผู้ใหญ่ เขาเคยเป็นนักมานุษยวิทยาทำวิจัยเกี่ยวกับครอบครัวและตัวเขาแล้วบ่งชี้ให้เห็นว่ากรรมพันธุ์ศาสดาที่เขาได้รับมานั้นข้ามรุ่นมาหลายรุ่น หายากมากที่ยีนส์ที่แฝงข้ามมาหลายรุ่นจะปรากฎออกมาอีกครั้ง เป็นที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า genealogy ของป๊าป๋าอิสลามมีร์ซาได้เชื้อศาสดามากกว่าพ่อของเขา เขาหน้าไม่เหมือนพ่อแต่เหมือนทวดมากกว่า แม่ของเขาเคยบอกว่าเขาดูเหมือนปู่และอาจเป็นศาสดากลับชาติมาเกิด แต่เขาแย้งเพราะอิสลามไม่มีreincarnation แต่ก็มีหลายเหตุผลที่เขาถูกยกย่องให้มีสมญานาม "Papa Eurasia" ทางกายภาพเขามีโหงวเฮ้งเหมือนศาสดามูฮัมหมัด ส่วนทางจิตวิญญาณเขาคือ al-khidr ยุคสุดท้าย ปัจจุบันป๊าป๋าอิสลามมีร์ซาทำหน้าที่เป็นนักบวชอิสลามที่มีตำแหน่ง "Eurasia Mir ul Urah" (abbreviated: EMir) หรือเรียกอีกอย่างว่า "Eurasian Prince of Religion" ผู้มีบทบาทสำคัญเป็น spiritual master ช่วยเทศน์พร่ำสอนให้ผู้คนได้รับสัจธรรม เขาเทศนาเกี่ยวกับความสำคัญของภาษาสากลโลกอย่างอังกฤษและอารบิกซึ่งเป็นปัจจัยหลักให้ disciples ของเขาได้เรียนรู้อิสลามอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแนวทาง sunnah บวกกับความรู้ที่ลึกลับเกี่ยวกับ sufism แถมยังช่วยชี้ทางนำสู่มาตรฐานระดับสากลให้ผู้ที่อาสามาช่วยสอนในองค์กรเขาอีกด้วย
Papa Oak Eurasia (ป๊าป๋าโอ๊คยูเรเซีย) คือองค์กรในเครือสำนักอิสลามมีร์ซา (Cleric Islammirza-Islam Oak academy) ซึ่งมีสถาบันอยู่แถวๆเขตสะพานสูงและมีนบุรี กทม. แต่ค่อนข้างลึกลับและส่วนตัว สมาคมอุลามาอฺ-มุลลอฮ์นักบวชอิสลามยูเรเชีย ผู้ก่อตั้งก็คือท่านอิสลามมีร์ซา (ท่านพี่โอ๊ค ยูเรเซีย) นักบวชอิสลาม ซุนนีซูฟี ท่านพี่โอ๊คหล่อแท้จริงมีนามที่รู้จักกันระดับโลกคือ "Prince Oak Oakleyski" และมีซูฟีตอรีกัตกับศาสนนามคือ "Prince of Eurasia" (Papa Oak's Sayyid Khanqah Saint Oakleyski's Sufi Order) ท่านพี่โอ๊คหรือซัยยิดพี่โอ๊คสืบเชื้อสายท่านศาสดามูฮัมหมัดและท่านนักบุญผู้วิเศษ al-Khidr (อัลคิเฎร/อัลคิฎิร) โดยตรงทั้งพันธุกรรมและจิตวิญญาณ ท่านพี่โอ๊คได้มีคำบัญญัติอาเทศ เทศนาสัจธรรมผ่านภาพยนตร์สารคดีเป็นสื่อกลางทั่วโลก เป็นส่วนหนึ่งในสื่อการเรียนรู้สำหรับคนต่างศาสนิกด้วย ท่านพี่โอ๊คเทศน์สอนภาษาอังกฤษกับศาสนาเน้นแนวทางเอกเทวนิยม เทวศาสตร์และภววิทยารวมไปถึงอภิปรัชญา บวกกับมานุษยวิทยาและปรัชญาที่มีพื้นฐานความเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มีความเชื่อที่ผิด ไม่มีการงมงาย เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุมีผล ท่านพี่โอ๊คบรรลุญาณขั้นสูงแล้ว ตั้งแต่ท่านซัยยิดพี่โอ๊คเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวก็ได้ผันตัวเป็นนักบวชอิสลามอย่างธรรมชาติ พระเจ้ากำหนดมาให้ท่านอิสลามมีร์ซาเป็นนักบวชอิสลาม/มุลลอฮ์ชั้นสูงทั้งโหงวเฮ้งหน้าตาและจิตใจ บรรลุการเข้าฌาน Haqiqat + Marifa ถ้าหากเปรียบเทียบกับพุทธศาสนาก็คือตรัสรู้ถึงสัจธรรมขั้นสูงสุดแล้ว! Papa Oak Eurasia is an organization affiliated with the monotheistic, mystical Cleric Islammirza-Islam Oak academy, which has an institute near Saphan Sung and Min Buri, Bangkok, but is rather reclusive and private. The Eurasian Islamic Ulama-Mullah association, the founder of which is Maister Islammirza (P'Oak Eurasia), a Sunni Sufi Islamic cleric. The legitimately Handsome Papa Oak has a world-wide name of "Prince Oak Oakleyski" and has an Islamic Sufistic tariqat and religious title "Prince of Eurasia" (Papa Oak's Sayyid Khanqah Saint Oakleyski's Sufi Order). Princely Papa Oak or Sayyid P. Oak is a direct descendant of the Prophet Muhammad and the grand mystic saint al-Khidr. Eurasian Master Islammirza Pathan Khan Oakley has prescribed sermons and preached the truth through documentary films all over the world. It is also a part of the learning media for people of different religions. Papa Oak preaches and teaches English and religion, emphasizing monotheism, theology, ontology, metaphysics, and philosophy based on science. Papa Islammirza has reached a high level of insight. Since Sayyid Prince Oak grew up to be a full-fledged adult, he naturally turned into an Islamic mystic. God decreed that Mister Islam-mir-za Eurasia was born to be a high-ranking Islamic cleric in terms of physiognomy, appearance, and mind. He has attained the state of Haqiqat + Marifa meditative stations. If compared to Buddhism, it is the highest level of enlightenment.